รถเบรกแตก!!! รู้ไว้ไม่พลาด วิธีต่อกรเมื่อเบรกแตก

ถ้าหากกล่าวถึงอุบัติเหตุอันตรายจากการขับรถยนต์ มั่นใจว่าผู้คนจำนวนมากคงจะคิดถึงเรื่อง เบรกแตก เป็นอันดับที่หนึ่งเนื่องจากถ้าเกิดเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นจริงๆการเสี่ยงเกี่ยวกับความปลอดภัยของชีวิต และก็เงิน ได้โอกาสสูงมากมายทีเดียว หากว่าอาการนี้จะเกิดขึ้นค่อนข้างจะยากก็ตาม สำหรับอาการเบรกแตก อันที่จริงแล้วเกิดขึ้นได้จากหลายเหตุ หลายกรณี ซึ่งส่วนใดส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการขาดการรักษา แล้วก็ตรวจเช็กภาวะการใช้แรงงานนั่นเอง

รถยนต์ทุกรุ่นในขณะนี้ ใช้น้ำมันเบรกเป็นตัวถ่ายทอดแรงกดดันระหว่างผู้กระทำดของเท้าไปยังผ้าเบรก เปรียบเสมือนเป็นระบบไฮดรอคอยลิกส์ประเภทหนึ่ง ด้วยเหตุนั้น ก็เลยอาจมีการรั่วซึมขึ้นได้จากการรั่วของลูกยางตัวใดตัวหนึ่งหรือท่อน้ำมันเบรกรั่ว การถ่ายทอดแรงกดดันก็จะสูญเสียลงไป

ระบบเบรกมักแบ่งการทำงานออกเป็น 2 วงจร บางทีอาจเป็นแบบล้อคู่หน้าและก็ล้อคู่ข้างหลัง หรือเป็นแบบขัดล้อหน้าซ้าย-ล้อหลังขวา และก็ล้อหน้าขวา-ล้อหลังซ้าย ถ้าวงจรใดวงจรหนึ่งเสีย เพื่อระบบยังมีคุณภาพการทำงานเหลืออยู่บ้าง ด้วยเหตุผลดังกล่าว เมื่อเบรกแตกหรือน้ำมันเบรกมีการรั่ว จำนวนมากมักหลงเหลือสมรรถนะการทำงานอยู่หลายสิบเปอร์เซ็นต์ หรืออีกไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งในอีกวงจร

สิ่งที่พวกเราจะต้องทราบตอนเบรกแตก

1. ลดคันเร่ง-ความเร็ว

จดจำไว้ว่าเครื่องจักรมีแรงเสียดทาน รวมทั้งควรใช้มันให้กระเป๋านผลดี ซึ่งสิ่งที่พวกเราให้ท่านทำนี้เรียกว่า Engine Brake ที่เครื่องจักรจะมีการถ่วง ช่วยทำให้มีการลดความเร็วอย่างฉับพลัน ซึ่ง คุณสามารถทำเป็น โดยเหยียบคลัทช์ ลดตำแหน่งเกียร์ ส่วนในเกียร์อัตโนมัติใช้แนวทางกดปุ่ม Overdrive on หรือ สับตำแหน่ง เกียร์ จาก D มาเป็น 3 จดจำไว้ว่าห้ามแปลงมาเป็น L โดยเด็ดขาดไม่งั้น บางครั้งอาจจะพบว่าเครื่องจักรกลพังทลายก็เป็นได้

2. จับพวงดอกไม้ให้มั่นแล้วชิดทางซ้าย

เมื่อพวกเราลดเกียร์แล้วความรู้สึกของรถยนต์จะเบาๆช้าลง แม้กระนั้นไม่ถึงกับหยุดสนิท จดจำไว้ว่าว่า ชิดด้านซ้ายเข้าข้างทาง ห้ามเพิ่มคันเร่ง ถ้าหากคุณพบว่ารถยนต์มีรถยนต์ขวางกั้นให้กดแตร เพื่อส่งสัญญาณ รวมทั้งถ้าเกิดเป็นได้เปิดไฟเร่งด่วนไปด้วยพร้อม

3. เบรกมือช่วยได้ แม้กระนั้นห้ามดึงขึ้นโดยทันที

คนจำนวนไม่น้อยที่มักรู้สึกว่าเบรกมือไม่ค่อยมีความจำเป็นสำหรับในการขับขี่รถ เพียงแค่เบรกเท้าก็พอเพียงแล้ว แต่ว่าที่จริงแล้วเบรกมือมีคุณประโยชน์มากยิ่งกว่าที่คิด พอเพียงรถยนต์เริ่มช้าลงแล้ว ให้เบาๆดึงเบรกมีโชคช้าๆจนกระทั่งสุด จะช่วยลดความเร็วได้ แต่ว่าจดจำไว้ว่าอย่าดึงทีเดียวโดยทันที เพราะเหตุว่าจะก่อให้รถยนต์หมุน รวมทั้งควบคุมได้ยาก

4. บากบั่นจับพวงดอกไม้ให้มั่น

เมื่อลดเกียร์รถยนต์จะมีความเร็วลดลง แม้กระนั้นไม่ถึงกับหยุดสนิท ห้ามเพิ่มคันเร่ง หากมีรถยนต์ขับช้าหรือขวางอยู่ข้างหน้าให้กดแตรส่งสัญญาณ หากเป็นได้ควรจะเปิดไฟเร่งด่วนด้วย แล้วหลังจากนั้นใช้เบรกมือช่วยลดความเร็วที่ล้อหลัง โดยเบาๆดึงคันเบรกขึ้นครั้งละสเต็ปจนกระทั่งสุด จะช่วยลดความเร็วได้บ้างไม่มากมายก็น้อย สิ่งจำเป็นเป็นห้ามปิดเครื่องยนต์เพราะว่าจะก่อให้พวกพวงมาลัยหนักแล้วก็ล็อคจนกระทั่งบังคับแนวทางมิได้

สิ่งที่ทำให้เกิดอาการ “เบรกแตก”

1. เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากความร้อน เนื่องจาก “การเบรกเฉียบพลัน” หรือเบรกเป็นประจำภายใต้ความเร็วสูง ทำให้ “น้ำมันเบรก” ซับความร้อนเอาไว้แล้วระบายสู่ส่วนอื่นๆไม่ทัน จนกระทั่งจุดเดือดสูงสุด น้ำมันเบรกก็จะระเหยเปลี่ยนเป็นไอในกระบอกสูบเบรก หมดแรงดันที่จะไปทำต่อลูกสูบเบรกให้ไปดันผ้าเบรกได้ ก่อให้เกิดอาการ “เบรกแตก” ขึ้น
2. เกิดขึ้นได้เนื่องมาจากรอยรั่วในระบบ เป็นต้นว่า ท่อแป๊ปเบรกสึกหรอจนถึงรั่ว สายอ่อนเบรกแตก ไปจนกระทั่งผ้าเบรกหมดเป็นระยะเวลานาน ทำให้ลูกสูบเบรกหลุดออกมา รวมทั้งเมื่อน้ำมันเบรกรั่วออกมาจากระบบจนกระทั่งหมด ก็จะกำเนิดอาการ “เบรกแตก”

ผู้คนจำนวนมากแต่ไหนแต่ไรไม่เคยพบจริงๆกับอาการเบรกแตกที่มันมีความน่าสยองที่สุด ในกลุ่มความผิดพลาดทางด้านเทคนิคที่เกิดขึ้นมาจากตัวรถยนต์ อาการเบรคแตกนี้ เป็นอาการที่คุณควรจะจำเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อขับรถเป็นระยะทางที่ไกลๆ ที่ถึงแม้พวกเราจะวิเคราะห์ภาวะรถยนต์อย่างดีเยี่ยมแล้วหลังจากนั้นก็อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีเรื่องให้น่าระทึกใจเกิดขึ้นกลางทางก็ได้

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *